วิธีคลายเครียดจากการทำงาน

วิธีคลายเครียดจากการทำงาน

การตั้งใจทำงานและรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัดนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งถ้าหากคุณจริงจังและมุ่งมั่นจนเกินพอดี จนทำให้ความเครียดของมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานมากเกินไป อาจจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง รวมไปถึงความสามารถในการทำงานที่ลดน้อยลง  เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาเวลาและวิธีให้ตัวเองได้พักผ่อนสมอง ผ่อนคลายความเครียด ความเหนื่อยของจิตใจและร่างกาย รวมไปถึงดูแลสุขภาพจิตให้ดียิ่งขึ้นเพื่อที่จะทำให้เราสามารถทำงานอย่างมีความสุข ไร้ความกดดัน และสามารถเตรียมพร้อมจิตใจให้รับมือกับเรื่องราวต่างๆได้อยู่เสมอ ว่าแล้วเราไปดูคำแนะนำดีๆกับวิธีคลายเครียดจากการทำงานกัน

 

  1. ปล่อยวางและยอมรับ

สิ่งแรกคือคุณจะต้องบอกตัวเองเสมอว่าเราไม่สามารถที่ควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่เราต้องการ หลายๆครั้งที่เรารู้สึกกดดัน หงุดหงิด เครียดไปกับปัญหาและงาน ลองปล่อยวางในสิ่งเหล่านั้น และยอมรับความผิดพลาด ยอมรับเรื่องต่างๆ และนำมาแก้ไขจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายความเครียดได้อย่างดี

 

  1. สร้างความเข้มแข็งให้กับจิตใจ

จิตใจที่เข้มแข็งจะสามารถช่วยให้คุณจัดการความเครียดได้ดียิ่งขึ้น สามารถทำให้เรารับมือกับปัญหาต่างๆได้อยู่เสมอ โดยคุณสามารถทำได้ง่ายๆโดยการเชื่อมั่นในตนเอง บอกตัวเองเสมอว่าเราจะต้องทำได้ พร้อมทั้งอย่าไปยึดติดกับปัญหาต่างๆ ทั้งอดีต ความเครียด ความกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง จะช่วยทำให้มีกำลังใจที่จะก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี

 

วิธีคลายเครียดจากการทำงาน

 

  1. หาเวลาให้ตัวเองได้พัก

หากช่วงเวลาไหนที่ความเครียดในการทำงานทำให้คุณกดดัน วิตกและเหนื่อยล้า ลองหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน อาจจะเป็นการไปผ่อนคลายหลังเลิกงาน ไปหาของทานอร่อยๆ ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนหรือใช้ช่วงเวลาดีๆกับครอบครัว รวมไปถึงหาเวลาพักร้อนไปเที่ยวต่างจังหวัดที่จะทำให้เราได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆที่นอกจากจะช่วยให้เราหายเครียดแล้วยังทำให้เรามีแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นดีๆในการใช้ชีวิตอีกด้วย

 

  1. ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ

การออกกำลังกายจนเหงื่อออกนั้นจะช่วยในการคลายเครียดได้เป็นอย่างดี นอกจากจะมีสุขภาพที่แข็งแรงทางกายและยังช่วยให้เข้มแข็งและสดใสมากยิ่งขึ้น ลองหาเวลาหลังเลิกงานหรือในวันหยุดไปเล่นกีฬา ไปออกกำลังกาย อาจจะเป็นการนัดกับกลุ่มเพื่อนเพื่อความสนุกสนานและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

 

ในยามที่เราต้องเผชิญปัญหาความเครียด ความวิตกกังวลต่างๆ ในการทำงาน นอกเหนือจากการผ่อนคลายด้วยวิธีเหล่านี้แล้วเราจะต้องมีสติ มีสมาธิและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด อย่ากดดันมากจนเกินไป บางครั้งการทำงานอาจจะไม่ได้ราบรื่นและมีความสุขอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเราควบคุมจิตใจให้เข้มแข็งและเตรียมตัวรับมือกับสิ่งเหล่านี้ มองว่าเดี๋ยวมันผ่านมา ปัญหาก็จะ

การหาแรงบันดาลใจในการทำงาน

ต้องบอกเลยว่าในชีวิตการทำงานของทุกคนนั้นล้วนแต่จะต้องเคยประสบกับปัญหาต่างๆมากมาย พบกับความทุกข์ ความผิดหวัง หรือภาระหน้าที่ต่างๆที่เข้ามามากมายจนก่อให้เกิดความเครียด  ไม่อยากทำอะไร ไม่มีแรงสู้และไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน จากงานที่คิดว่าใช่และเคยสนุกก็กลายเป็นหมดไฟ ไร้ซึ่งความหวังต่างๆ สำหรับใครที่กำลังมีความรู้สึกแบบนี้ ก็อย่ากังวลใจไป เพราะไม่ใช่แค่เพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่เคยล้ม เคยพลาด หรือหมดกำลังใจ ยังมีคนทำงานอีกจำนวนมากที่ล้วนเคยผ่านความรู้สึกแบบนี้ และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการและกำจัดปัญหานี้ไปได้ก็คือการหาแรงบันดาลใจในการทำงาน จะมีวิธีไหนบ้าง เราไปดูกัน

การหาแรงบันดาลใจในการทำงาน

  1. เป้าหมายในชีวิต

เพิ่มแรงบันดาลใจให้ตัวเองด้วยการกำหนดเป้าหมายและนึกถึงความฝันที่คุณจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อที่จะนำมาเป็นแรงกระตุ้น ให้ตัวเราพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ในการทำงานอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายที่จะไปพักร้อน การซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อในสิ่งที่ตนเองต้องการหรืออยากที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันและทำให้คุณมีพลังมากยิ่งขึ้นแน่นอน

 

  1. ระบายกับใครสักคนหนึ่ง

ลองพูดคุยกับเพื่อน คนในครอบครัว คนรู้จักหรือแม้กระทั่งคนที่เราไม่รู้จัก ระบายในสิ่งที่เราอัดอั้น ทุกข์ใจหรือกำลังหดหู่อยู่ให้พวกเขาเหล่านั้นได้ฟัง ซึ่งนอกจากคุณจะรู้สึกโล่งใจแล้ว คำพูดปลอบโยนและคำแนะนำดีๆรวมไปประสบการณ์ที่พวกเขาเคยเจอ อาจจะจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอย่างน่าเชื่อเลยทีเดียว

 

  1. เพิ่มพลังจากการฟัง

ปัจจุบันนี้มีนักพูดสร้างแรงบันดาลใจมากมายที่จะพร้อมจะมองพลังด้านบวกให้คุณแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายผ่านทานอินเทอร์เน็ต ช่อง Youyube หรือ Google ที่คุณจะได้เห็นมุมมองและประสบการณ์ที่ใครหลายคนเคยผ่านจุดที่แย่ที่สุด พร้อมลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง เชื่อเถอะว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมีแรงบันดาลใจและพร้อมเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแน่นอน

การหาแรงบันดาลใจในการทำงาน

  1. ออกท่องเที่ยว เปิดโลกใหม่ๆ

อย่ามัวปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกเดิมๆ ออกไปท่องโลกกว้าง พักผ่อนให้เต็มที่กับสิ่งใหม่ๆ สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณได้พบเจอประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นและมีแรงกระตุ้นให้ตัวเองสดใสมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากจะออกไปค้นหาประสบการณ์แล้ว ก็ต้องอย่าลืมที่จะเชื่อมั่นในตนเอง ว่าเราทำได้และจะต้องผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้แน่นอน ถ้าหากใจคุณพร้อมสู้ คุณจะเห็นแรงบันดาลใจต่างๆที่มากมายรอคุณอยู่แน่นอน

  1.  

ทำความเข้าใจ อะไรคือ “ซุมบ้าแดนซ์”

ซุมบ้าแดนซ์

เมื่อพูดถึงการเต้นออกกำลังกาย หลายคนอาจจะนึกถึงการเต้นแอโรบิกทั้งจากในคลิปและตามสวนสาธารณะทั่วไป แต่คุณรู้ไหมคะว่ามีการเต้นอีกหนึ่งอย่างที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมในหมู่สาวๆ ทุกช่วงวัยที่รักสุขภาพ นั่นก็คือการเต้นสไตล์ละตินอย่าง “ซุมบ้าแดนซ์” หรือการเต้นซุมบ้า (Zumba) นั่นเองค่ะ ด้วยความสนุกสนานของเสียงเพลงที่เร้าใจและลีลาการเต้นที่หลากหลายไม่น่าเบื่อ ทำให้การเต้นซุมบ้าเป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ชอบออกกำลังกายลดน้ำหนักด้วยการเต้น และในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการเต้นซุมบ้าแดนซ์กันค่ะ

การเต้นซุมบ้า (Zumba) คืออะไร?

การเต้นซุมบ้าหรือซุมบ้าแดนซ์เป็นการออกกำลังกายสไตล์ใหม่ที่ผสมผสานระหว่างแอโรบิกกับการเต้นแบบละตินอเมริกา นอกจากนี้ยังผสมผสานท่าการเต้นระบำหน้าท้องและฮิปฮอปเข้าไปด้วย เพื่อสร้างสรรค์การเต้นออกกำลังกายแบบใหม่ที่มีจังหวะเร้าใจ สนุกสนาน ทำให้ผู้เต้นไม่รู้สึกเบื่อ และที่สำคัญคือมีจังหวะที่ตื่นเต้นและเร็ว จึงช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินและช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี แม้แต่คนที่มีน้ำหนักมากก็สามารถสนุกกับการเต้นซุมบ้าได้ค่ะ นอกจากนี้ถึงคุณจะไม่เคยเต้นหรือมีพื้นฐานด้านการเต้นมาก่อนก็ยังสามารถเต้นตามได้ง่ายๆ เพราะท่าของซุมบ้าแดนซ์นั้นไม่ยากสำหรับมือใหม่

ซุมบ้าแดนซ์ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีแค่ไหน?

การเต้นที่ทั้งเร็วและสนุกสนานนี้ช่วยช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้สูงถึง 300-1000 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหรือดัชนีมวลกายของแต่ละคน ความเข้มข้นและความต่อเนื่องของท่าเต้น เพราะอัตราการเผาผลาญแคลอรี่นั้นไม่คงที่ แต่โดยรวมแล้วจะอยู่ในระดับที่เราได้บอกไปซึ่งถือว่าการเต้นซุมบ้าเป็นทางเลือกในการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเลยทีเดียวค่ะ ทำให้หลายคนที่อยากลดน้ำหนักหรืออยากหุ่นดีเลือกที่จะเต้นซุมบ้าเพื่อการเบิร์นไขมันและสร้างหุ่นที่สวยเซ็กซี่แบบสาวละติน

ข้อควรระวังในการเต้นซุมบ้าแดนซ์

สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมากแต่อยากสนุกไปกับซุมบ้าแดนซ์ก็สามารถเต้นได้แบบไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแค่ต้องหลีกเลี่ยงท่าที่มีการกระโดดด้วยการดัดแปลงเป็นท่าเบาๆ ที่ไม่ต้องสร้างแรงกระแทกมากๆ ให้กับเข่า นอกจากนี้ใครที่มีปัญหากล้ามเนื้อบาดเจ็บ ปวดหลัง เอว หรือปวดข้อเท้า ควรหลีกเลี่ยงการเต้นซุมบ้าแดนซ์ไปก่อนนะคะ จากนั้นเมื่อร่างกายพร้อมเต็มที่แล้วคุณก็สามารถเข้ามาสนุกกับการเต้นได้ตามปกติ อ้อ! และที่สำคัญอย่าลืมเลือกรองเท้าที่ช่วยซัพพอร์ทการเต้นและการกระโดดด้วยนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อเข่าและข้อเท้าของเรานั่นเองค่ะ

ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งก็คือการเต้นซุมบ้าเป็นการเต้นที่มีจังหวะสนุกสนานและรวดเร็ว เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่ชินกับการเต้นเร็วๆ และต่อเนื่องต้องค่อยๆ ปรับตัวไปทีละนิด ไม่จำเป็นต้องโหมเต้นตามให้ทันในครั้งแรกนะคะเพราะอาจทำให้คุณเกิดอาการหน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะได้ นอกจากนี้หากเกิดอาการตาลายและล้มขึ้นมาก็อาจทำให้ตัวเองและคนรอบข้างบาดเจ็บได้ค่ะ

การเต้นซุมบ้าแดนซ์เป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนาน ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีและยังทำให้ผู้เต้นมีรูปร่างสวยงาม สมส่วน เพราะเหตุนี้คลาสออกกำลังกายหลายๆ คลาสในประเทศไทยจึงได้เริ่มนำเอาซุมบ้าแดนซ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งให้คนรักสุขภาพโดยเฉพาะสาวๆ ได้เข้ามาเต้นและสนุกไปกับการออกลีลาแบบละติน หากคุณคืออีกคนที่รักการออกกำลังกายแบบสนุกๆ มีจังหวะเพลงมันส์ล่ะก็ ซุมบ้าแดนซ์คือคำตอบที่คุณกำลังมองหาอยู่แน่นอนค่ะ

จิตวิทยาการทำงานในองค์กร: หลักการทำงานอย่างมีความสุข

ทำอย่างไรให้ชีวิตในการทำงานมีความสุข

สำหรับชีวิตการทำงานในองค์กรนั้นเราคงไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยกับหัวหน้า หรือการติดต่อลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ล้วนแต่ต้องมีการพบปะพูดคุยและทำงานร่วมกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณต้องเจอกับปัญหาเรื่อง “คน” ที่ต้องทำงานร่วมกัน คุณก็ต้องปรับแนวคิดและทัศนคติเพื่อให้ก้าวผ่านปัญหานั้นไปให้ได้ ลองนำหลักการทางจิตวิทยาที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ กับหลักจิตวิทยาการทำงานในองค์กรตามหลัก PSYCHO

P คือ Positive Thinking หรือการคิดแง่บวก มองโลกในแง่ดี เพราะการมีทัศนคติที่ดีนั้นย่อมส่งผลถึงพฤติกรรมโดยรวม และที่สำคัญการมองโลกในแง่ดียังช่วยให้คุณสนุกและมีความสุขในการทำงานอีกด้วย

S คือ Smile รอยยิ้ม ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรการใช้รอยยิ้มอย่างเหมาะสม จริงใจ ย่อมสร้างความประทับใจและบรรยากาศดีๆ ขึ้นได้เสมอ นอกจากนี้การยิ้มยังเป็นการสร้างกำลังใจให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้รอยยิ้มยังช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เราต้องติดต่อประสานงานอีกด้วยครับ

Y คือ Yours หรือความจริงใจ การคิดถึงผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กรนั้นต้องอาศัยความจริงใจ รวมถึงการทำงานเป็นทีม งานต่างๆ ถึงจะประสบความสำเร็จและเป็นการช่วยกันพัฒนาองค์กรให้ขับเคลื่อนต่อไปได้

C คือ Compromise ความประนีประนอม ในการทำงานต่างๆ นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อาจเกิดความเห็นไม่ตรงกันหรือเกิดกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน แต่ทั้งนี้เราต้องรู้จักประนีประนอม เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนร่วมงานจนเกิดปัญหาในการทำงานชิ้นต่อๆ ไปได้

H คือ Human Relations หมายถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน นายจ้าง หัวหน้ารวมไปถึงบุคคลภายนอกที่เรามีโอกาสติดต่อประสานงานด้วย ต้องรู้จักการมีสัมพันธ์แง่บวกกับคนรอบข้าง ไม่เฉพาะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ การรักษามารยาททั้งเรื่องเวลา คำพูด หรือการกระทำ นอกจกานี้การเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานก็ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน

O คือ Oral Communication หมายถึงเทคนิคในการพูด การสื่อสาร ต้องรู้จักการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พูดคุยเรื่องงานต้องมั่นใจ ชัดเจนไม่วกวน ส่วนการพูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกเวลางานนั้นต้องรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย พูดจาด้วยน้ำเสียงไพเราะ ไม่จิกกัดหรือนินทาเพื่อนร่วมงาน

หลัก PSYCHO คือหลักการทำงานในองค์กรอย่างง่ายที่คุณสามารถยึดเป็นหลักใช้งานในชีวิตประจำวันได้ หากลองปฏิบัติตามแล้ว รับรองได้เลยครับว่าคุณจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในที่ทำงานมีความสุข สบายใจ มีความสุขกับงานและยังจะช่วยให้ทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นอีกด้วย