แนวทางการเป็นนักเทรด forex สำหรับมือใหม่

เทรด forex

ตลาดของ forex ต้องบอกว่ามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาก และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งคนที่เข้ามาลงทุนในฟอร์เร็กซ์นั้น ก็หวังที่จะได้กำไรและร่ำรวย แต่ก็นั่นกแหละ การจะข้ามาเทรด forex และให้ได้กำไรเยอะๆ ในครั้งแรกเลยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน มีหลายคนที่ทำลักษณะนี้ สุดท้ายก็มักจะลงเอยด้วยการขาดทุน เพราะไม่มีการเริ่มต้นที่ถูกวิธี

ดังนั้นคนที่จะเป็นเทรดเดอร์ สิ่งแรกที่ควรจะต้องมีก็คืออ คุณสมบัติต่างๆ ของการเป็นเทรดเดอร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีพรสวรรค์มาก่อนนะ คุณสมบัติที่ว่าก็พรแสวงในการหาความรู้เกี่ยวกับการเล่นฟอร์เร็กซ์ เอาล่ะ ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่า วิธีการจะเป็นเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรจากการเทรดฟอร์เร็กซ์นั้น มีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่พลาดเวลาที่ต้องลงทุนจริง

1.ศึกษาความหมายของ forex

 โดยการหาความหมายของมักและก็วัตถุประสงค์ของฟอร์เร็กซ์ ว่าทำเกี่ยวกับอะไร เราจะได้กำไรอย่างไร ถึงแม้เราจะเข้าใจว่าเป็นการลงทุนก็จริง          แต่ก็ควรจะรู้ให้ลึกกว่านั้น สำหรับ forex ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการหากำไรจากส่วนต่างของสกุลเงิน ซึ่งจะมีสกุลเงินหลายชนิดของต่างประเทศ และเราก็จะใช้วิธีการต่างๆ ในการลงทุนเพื่อหากำไรจากสกุลเงินนั่นเอง

2.คำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ

เป็นสิ่งสำคัญที่นักเทรด forex จะต้องรู้เพราะภาษาที่ใช้ในการลงทุนในฟอร์เร็กซ์นั้นเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และมักจะใช้คำย่อด้วย คนที่เป็นเทรดเดอร์มือใหม่จึงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์เหล่านั้นให้ดีเสียก่อน เช่นคำว่า Margin, Balance, Leverage, Buy เหล่านี้เป็นต้น ยิ่งถ้าเรารู้ความหมายของคำศัพท์แต่ละคำในการเทรดมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.เลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะสม

โบรกเกอร์ที่ดีไม่ใช่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ที่คนเลือกเยอะเท่านั้น ซึ่งในการเลือกโบรกเกอร์เพื่อทำการ เทรด forex จะต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง เช่นการฝากถอนเงิน การให้บริการของโบรกเกอร์ ช่องทางในการติดต่อ โดยการดูข้อเสียของโบรกเกอร์แต่ละเจ้าประกอบก่อน และควรเลือกโบรกเกอร์ที่เราสามารถใช้งานได้ง่ายด้วย

4.ทดลองเล่นก่อน

การลงทุนในฟอร์เร็กซ์ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเอาเงินจริงไปลงทุนเลย ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ หลายเจ้าที่ให้บริการกับสมาชิกใหม่ ให้สมารถเข้ามาทดลองเทรด forex ด้วยบัญชีเดโม่ หรือว่าบัญชีทดลอง โดยที่ยังไม่ต้องเอาเงินจริงมาลงทุน เพื่อเป็นการเสริมประสบการณ์ของเทรดเดอร์มือใหม่ และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะลงสนามจริง

5.ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

เพราะการลงทุนใน forex มีข้อมูลหลายอย่างที่อัพเดททุกวัน ดังนั้นผู้ที่จะเป็นเทรดเดอร์ได้ จะต้องหมั่นติดตามข่าวสารต่างๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับเศษฐกิจ การเงินของโลก เป็นต้น

และสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากให้กับนัก เทรด forex ได้เตรียมตัวเพิ่มเติมนั่นก็คือการหมั่นหาเทคนิคเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ จากเทรดเดอร์ที่เป็นมืออาชีพ สิ่งนี้จะช่วยให้เราได้กลยุทธ์ใหม่ๆ ที่จะเอามาปรับใช้ในการลงทุน

บิทคอยน์คืออะไร

bitcoin

เรียกได้ว่ากำลังมาแรงอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับ บิทคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิตอลรูปแบบใหม่ ที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในทุกวงการ กลายเป็นจับตามองว่า บิทคอยน์จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินออนไลน์ของโลก ทั้งนี้ก็มีหลายคนที่เกิดข้อสงสัยว่าบิทคอยน์คืออะไร แล้วมีความเป็นมาอย่างไร มีความเสี่ยงในการลงทุนหรือไม้ พร้อมทั้งยังสามารถที่นำมาใช้ได้จริงหรือ ใครเป็นผู้คิดค้น เราจึงมีคำตอบที่จะมาไขข้อข้องใจและทำให้คุณรู้จักบิทคอยน์กันมากยิ่งขึ้น ไปดูกันเถอะว่าที่จริงแล้วบิทคอยน์คืออะไร

 

ทำความรู้จักบิทคอยน์

บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินในรูปแบบดิจิตอล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ โดยที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่สามารถที่จะจับต้องได้ ไม่มีรูปร่างเหมือนเงินหรือธนบัตร และเหรียญทั่วๆไป โดยบิทคอยน์ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆไปจนถึงบริษัททั่วโลก พร้อมทั้งถูกดำเนินการและควบคุมจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อที่จะทำการถอดสมการคณิตศาสตร์ หน่วยเงินตราของบิทคอยน์เป็น BTC เหมือนกับหน่วยเงินตราของสกุลเงินทั่วโลก ทั้งนี้บิทคอยน์ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร เพราะที่จริงแล้วบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในปี พ.ศ.2552 รวมอายุกว่า 9 ปี แล้ว

bitcoin

บิทคอยน์เริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักและนิยมในประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ โดยเฉพาะในปี 2560 ที่มีการพูดถึงกันอย่างมาก โดยสิ่งที่ทำให้บิทคอยน์เป็นกระแสก็คือได้มีกลุ่มแฮกเกอร์เข้ามาปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ Wannacry พร้อมทั้งได้เรียกเก็บเงินผู้ที่ติดไวรัสเป็นบิทคอยน์ สกุลเงินดิจิตอลนี้เอง ส่งผลให้ใครหลายๆคนอยากที่จะทำความรู้จักบิทคอยน์กันมากยิ่งขึ้น จนในปลายปี 2560 บิทคอยน์ได้มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆมากที่สุดในประวัติการณ์ ส่งผลให้ใครหลายคนคาดการณ์ว่าบิทคอยน์จะกลายเป็นสกุลเงินที่เข้ามาเปลี่ยนระบบการเงินของโลกนั่นเอง

 

บิทคอยน์ได้ชื่อว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์หรือสกุลเงินดิจิตอล  Cryptocurrency สกุลแรกที่สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าและบริการ นอกจากนี้ยังมีสกุลเงินดิจิตอลอีกมากมายที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาและเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงิน Litecoin(LTC) , Ethereum (ETH) หรือ Ripple (XRP) เป็นต้น  แต่ทั้งนี้บิทคอยน์ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องสามารถที่จะนำไปมาซื้อสินค้าต่างๆในระบบออนไลน์เสมือนกับบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตได้เลย

 

บิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก มันสามารถที่จะควบคุมได้แบบกระจาย โดยที่ไม่ธนาคารไทยหรือองค์กรไหนมาควบคุม คุณสามารถที่จะเลือกบิทคอยน์ได้ตามต้องการ อีกทั้งบิทคอยน์ยังง่ายต่อการติดตั้ง โอนรวดเร็วและมีความโปร่งใส ปลอดภัยแบบ 100% ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนควรทำความรู้จักและศึกษารายละเอียดให้ลึก เพราะไม่แน่ว่าในอนาคต บิทคอยน์อาจจะก้าวเข้ามามีผลต่อชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นก็ได้

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมยุค 4.0 ที่จะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความรวดเร็วโดยมีอินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์เข้ามาเชื่อมต่อ โดยทุกภาคส่วน องค์กร ร้านค้าต่างๆก็จะเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเน้นเข้าสู่ระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมาซึ่ง “สังคมไร้เงินสด”

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment 2

สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society คือสังคมที่ปราศจากการใช้จ่ายด้วยเงินสด ทุกอย่างจะดำเนินผ่านทางออนไลน์หมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การบริจาค การชำระค่าบริการต่างๆ การจ่ายค่าสินค้าและบริการต่างๆผ่านทาง  QR Code payment ในหน้าร้าน ธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งร้านขายปลีกทั่วไป  เรียกได้ว่าสามารถทำทุกอย่างเพียงกดคลิกผ่านทางสมาร์ทโฟนเท่านั้น และสิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้และศึกษาไว้ก็คือ การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ หรือ ใช้ QR Code payment ที่จะนำมาซึ่งความสะดวกสบายผ่านทางออนไลน์นั่นเอง

 

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment คืออะไร?

QR Code payment คือการใช้ QR Code  เป็นสื่อกลางในการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือและแอพพลิเคชั่นทางมือถือ โดยผู้ให้บริการของคุณที่ใช้งานอยู่ โดย QR Code payment เป็นมาตรฐานที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างธนาคาร เครือข่ายบัตรระดับสากล และผู้ให้บริการชำระเงิน เพื่อที่จะพัฒนาและทำให้ QR Code payment กลายเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดของคนในสังคม

 

นอกจากการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ที่คนในปัจจุบันนี้นิยมกันแล้ว ร้านค้าต่างๆและธุรกิจห้างสรรพสินค้า ก็สามารถที่จะชำระเงินผ่านโทรศัพท์ได้เช่นเดียวกัน สามารถที่จะรองรับช่องทางในการชำระเงินได้หลากหลาย เช่น การจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือบัญชี E-Wallet ต่างๆ เพียงแค่คุณกดเข้าที่แอพพลิเคชั่นในมือถือของตนเองและให้ทำการอ่าน QR Code จากนั้นก็สามารถชำระเงินได้ทันที

 

ประโยชน์ของการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment

1.QR Code payment มีมาตรฐานที่มีความเป็นสากลสูง ไม่ยุ่งยากในการจัดการต่างๆ สามารถที่ชำระเงินได้อย่างง่ายดายผ่านทางโทรศัพท์ โดยที่ไม่มีความซับซ้อนต่างๆ มีเพียงรูปแบบเดียวที่เป็นมาตรฐานหลัก

2.QR Code payment เป็นการเพิ่มช่องทางในการชำระเงินที่สะดวกสบาย ช่วยลดต้นทุนและจัดระบบรายรับรายจ่าย ระบบจัดการที่ดีในบัญชีของประชาชนและร้านค้าต่างๆ สามารถเห็นตัวเลขที่ชัดเจนได้มากกว่าการทำธุรกรรมหรือชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆด้วยเงินสด

 

3.QR Code payment เป็นการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ที่เน้นถึงเรื่องการความเป็นส่วนตัว โดยที่คุณไม่ต้องแจ้งเลขบัญชี แจ้งเลขบัตรเครดิตเหมือนการซื้อของออนไลน์หรือชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ เพียงแค่กดใช้ QR Code เท่านั้น

 

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment

 

4.QR Code payment สามารถที่จะนำไปต่อยอดในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตได้ง่าย โดยระบบจัดการบัญชีที่สามารถมองเห็นได้จากประวัติการชำระเงิน ก็จะทำให้ร้านค้าและธุรกิจต่างๆขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถที่จะยื่นขอสินเชื่อในการต่อยอดธุรกิจ โดยที่ไม่ต้องใช้สินทรัพย์หรือดำเนินการต่างๆให้ยุ่งยากเหมือนที่ผ่านมา

5.QR Code payment การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์เป็นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบาย มีความปลอดภัยและมาตรฐานสูง ทันสมัย และรวดเร็ว

ร้านค้าและธุรกิจต่างๆที่รับชำระเงินผ่านทาง QR Code payment จะสามารถบริหารและจัดการด้านบัญชีได้ดีมากยิ่งขึ้น ลดต้นทุนและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น เป็นการขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์คนยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง

 

 

ความปลอดภัยของการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  หรือ  QR Code payment นั้นปลอดภัยหรือเปล่า น่าเชื่อถือหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าการชำระเงินผ่านทาง QR Code payment  นั้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องทุจริต เพราะเจ้าของบัตรสามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือในการอ่าน QR Code ด้วยตนเอง และทำการชำระเงินกับทางร้านโดยตรง และไม่ต้องใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรแก่ร้านค้าอีกด้วย อีกทั้งการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  หรือ  QR Code payment ยังเป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุน พร้อมตั้งอยู่บนพื้นฐานของผู้ให้บริการและธนาคารต่างๆ มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล

 

การเริ่มต้นใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  QR Code payment

สำหรับการเริ่มต้นใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือและระบบ QR Code payment นั้นคุณสามารถที่จะสอบถามข้อมูลและรายละเอียดกับทางผู้ให้บริการชำระเงินและธนาคารว่ามี Mobile Application หรือไม่ เพื่อที่จะทำการดาวน์โหลดมาใช้งาน และเมื่อทำการจัดตั้งบัญชีผ่านทางแอพพลิเคชั่นมือถือเรียบร้อยแล้ว  เมื่อคุณต้องการที่จะจ่ายเงินซื้อขายก็สามารถเปิดแอพพลิเคชั่นนั้นขึ้นมือแสกน ที่ QR code ของร้านค้า เลือกวิธีการจ่ายเงิน จำนวนเงิน และกดยืนยัน หลังจากนั้นก็จะมีข้อความแจ้งเตือนว่าตัดยอดเงินจากบัญชีและแจ้งเตือนกับทางร้านค้าว่าคุณชำระเงินแล้ว สำหรับค่าธรรมเนียมนั้นโดยส่วนใหญ่ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมหรืออยู่ในระดับที่ถูกมาก ตามแต่ละธนาคาร

 

เรียกได้ว่า การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment เป็นการยกระดับความทันสมัยและความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายสินค้าและบริการพร้อมการชำระเงินต่างๆ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายต่อผู้ใช้บริการและร้านค้าต่างๆ คุณสามารถที่จะใช้จ่ายทุกอย่างผ่านทางโทรศัพท์ได้ง่ายๆ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าทั่วไป หรือแม้แต่ในตลาดนัด

ความสำคัญของเงินออนไลน์ หรือ Cryptocurrency กับโลกในอนาคต

เงินออนไลน์

สำหรับโลกดิจิตอลที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นจนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตและธุรกิจการให้บริการจนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากทีเดียว และจากความนิยมในการใช้ชีวิตที่เริ่มมีความใกล้ชิดและผูกพันกับเทคโนโลยีที่มากขึ้นนี่เอง จึงส่งผลให้โลกธุรกิจได้เริ่มมีการสร้างแนวทางในการดำเนินธุรกรรมเป็นของตนเอง โดยค่าเงินที่ใช้ในการจับจ่ายซื้อสินค้าทางออนไลน์เหล่านี้จะเรียกกันว่าเงินออนไลน์ หรือ Cryptocurrency นั่นเอง

 

ส่วนจุดเริ่มต้นของเงินออนไลน์ หรือ Crypto Currency นั้นเกิดจากความต้องการที่จะให้มีเงินออนไลน์ไว้สำหรับใช้แลกเปลี่ยนในโลกดิจิตอล ส่วนค่าของสกุลเงินออนไลน์ที่รู้จักกันดีและนิยมใช้กันมากในปัจจุบันนั้นจะมีอยู่หลายสกุลเงินและมีให้เลือกมากกว่า1,320 สกุลเงิน และยังมีตลาดซื้อขายเหรียญดิจิตอลที่มากกว่าทั่วโลกมากกว่า 6,881 เว็บเทรด นอกจากนี้ เงินในรูปแบบออนไลน์นี้ยังไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารกลางหรือประเทศใดประเทศหนึ่งอีกกด้วย

 

สำหรับโลกแห่งเทคโนโลยีที่กำลังเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างเช่นในปัจจุบัน เงินออนไลน์หรือเงิน Crypto Currency ก็ได้พัฒนารูปแบบการใช้งานจนเป็นสกุลเงินที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้จริงไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อจองโรงแรมที่พักอาศัย จองเครื่องบินหรือรถสาธารณะเพื่อเดินทาง จ่ายค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร ซื้ออุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์ ใช้ซื้อของขวัญ หรือซื้อเครื่องประดับ รวมถึงยังมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นทางด้านการทำธุรกรรมการเงินในโลกอนาคตอย่างแน่นอน

 

และถึงแม้ว่า Cryptocurrency จะเป็นเงินออนไลน์ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก แต่ก็ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของระบบการจัดเก็บและกระจายเงินที่ยังไม่ได้รับการรองรับให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ และอาจจะต้องใช้เวลาในการนานในการเรียนรู้เกี่ยวกับค่าสกุลเงินและการใช้งานค่าสกุลเงิน แต่หากผู้ใช้งานมีความเข้าใจในธรรมชาติของเงินออนไลน์ควบคู่กับมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถนำเงินออนไลน์หรือ Cryptocurrency ได้อย่างถูกต้องและสามารถตุนเก็บเงินจำนวนนี้ไว้จับจ่ายใช้สอยซื้อขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเชื่อได้เลยในโลกอนาคตอันใกล้นี้ Cryptocurrency จะกลายมาเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายแน่นอน

สร้างโอกาสจากวิกฤติเศรษฐกิจด้วยการเทรด Forex

สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกในทุก ๆ หนแห่ง ทุก ๆ ทวีปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและมีความผันผวนอยู่เสมออย่างที่เราท่านได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งก็อาจจะมีหลายคนที่เริ่มลงทุนในการเทรด Forex แล้วเกิดความสงสัยและความไม่มั่นใจในตลาด Forex ว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจจะมีผลหรือไม่อย่างไรต่อตลาด Forex นักลงทุนจะตอบสนองอย่างไรดีต่อช่วงเวลาวิกฤตและเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยก่อนอื่นเราจะมาดูผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ของวิกฤตเศรษฐกิจกับตลาด Forex กันก่อน

  1. เกิดการคลอนแคลนความเชื่อมั่น เมื่อมีวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้น สกุลเงินต่าง ๆ ย่อมเกิดความสั่นคลอน รวมถึงความเป็นไปของะบบเศรษฐกิจนั้น ๆ ด้วยดังนั้นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความคลอนแคลนในการเชื่อมั่นแหล่งข่าวและข้อมูลต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังต้องเช็คข่าวที่เชื่อถือได้จริง ๆ ก่อนนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจใด ๆ ในการลงทุนหรือทำการเทรด Forex
  2. เกิดความตื่นตระหนก โดยมักจะเกิดขึ้นต่อนักลงทุนในทุกภาคระดับ ซึ่งเป็นการตื่นตระหนกในระยะสั้นและผันผวนอย่างแน่นอน
  3. เกิดการเท เพื่อปรับให้เกิดสภาพคล่องจากสถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคาร ทั้งนี้ก็เพื่อพยุงค่าเงินและสถาบันการเงิน

ในความไม่แน่นอนและวิกฤติที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องทางในการทำกำไรให้แก่นักลงทุน Forex เป็นผลได้มากกว่าผลเสียหากมีการเทรดเก็งกำไรในระยะสั้น แต่การเทรดนั้นก็เป็นดาบสองคมเพราะนักลงทุนระยะสั้นมีโอกาสที่จะเจ็บตัวและล้มกระดานได้มากกว่า ผู้ที่จะเก็บเกี่ยวประโยชน์จากวิกฤตนี้ได้โดยตรงก็คือนักลงทุนระยะยาว การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจสำหรับนักลงทุน Forex ถ้ามีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีและเล็งสถานการณ์ให้เหมาะ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้ตั้งตัวได้มากกว่าความล้มเหลว ซึ่งเคล็ดลับก็คือ

  1. 1. ไม่ตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าว
  2. 2. คาดการณ์สถานการณ์อย่างรอบคอบ เมื่อมีวิกฤติย่อมมีผลที่ตามมาอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
  3. 3. วิเคราะห์จากข้อมูลโดยรวมจนแน่ใจว่าแม่นยำเสียก่อน
  4. 4. หาช่องจังหวะเวลาเพื่อจะทำกำไร ดีกว่าความกังวลและลังเล

นักธุรกิจผู้ลงทุนในตลาด Forex เมื่อเกิดวิกฤติเศรฐกิจ ไม่ค้องสงสัยเลยว่าย่อมจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาด Forex อย่างแน่นอน แต่คำถามก็คือในวิกฤตินั้นมีทั้งผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการฉวยโอกาสเปลี่ยนให้เป็นผลดีและทำกำไรจากตลาด Forex กับผู้ที่วิตกตื่นตูมไปกับกระแสข่าวจนไม่ทันตั้งรับ คุณคงต้องถามตัวของคุณเองว่า คุณเลือกที่จะเป็นคนตื่นตระหนก หรือเป็นคนตั้งรับและทำกำไรจากสถานการณ์นั้น