เลือกซื้อผ้าปูที่นอนอย่างไรให้ เป๊ะ!! ทั้งคุณภาพและราคา

ว่าด้วยเรื่องของการนอน บางคนนอนง่ายหลับสบายได้ทุกที่ แต่ถึงอย่างไรการนอนที่ดีมีคุณภาพ นอกจากจะต้องนอนให้ได้จำนวนชั่วโมงที่เพียงพอแล้ว ร่างกายยังต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งหากที่นอนแข็งไป หรือนุ่มจนเกินไป ก็นำมาซึ่งอาการปวดหลัง หากผ้าปูที่นอนไม่ระบายอากาศ  เนื้อผ้ามีความแข็งหยาบ  ก็ย่อมส่งผลต่อเรื่องประสิทธิภาพของการนอนของเราได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกซื้อผ้าปูที่นอนให้ได้ทั้งคุณภาพ และเรื่องราคาสมเหตุสมผลมาฝากกันค่

ซื้อผ้าปูที่นอน

ขนาดของผ้าปูที่นอน

เริ่มกันที่เรื่องแรกที่เราต้องดู เมื่อต้องเลือกซื้อผ้าปูที่นอน คือ การเลือกผ้าปูที่นอนให้มีขนาดพอดีกับที่นอน ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็รู้อยู่แล้วมั๊ยว่าต้องเลือกขนาดเท่าที่นอน…แต่ความที่มันง่ายๆ นี่ล่ะค่ะ ทำให้เราได้ผ้าปูที่นอนที่เรารู้สึกว่าไม่โอเคเลยก็ตอนที่มาคลี่ผ้าออกปูที่นอนนั่นล่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาด เช่น หน้ากล่องก็เขียน 6 ฟุตนะ แต่พอมาปูทำไมมันเหลือ ทำไมปูผ้าปูที่นอนแล้วไม่ตึง ซึ่งพอไม่ตึง ก็นอนไม่สบาย และแน่นอนว่าผ้าปูที่นอนที่มีขายอยู่ทั่วไป อาจจะไม่ได้มาตรฐาน ขนาดก็เลยคาดเคลื่อน ดังนั้นเราควรเลือกซื้อในร้านที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งขนาดของที่นอนปกติคือ ขนาด 3.5 ฟุต(Single) , 5ฟุต (Queen) ,ขนาด 6 ฟุต (King) ความกว้างของที่นอนจะแตกต่างกันไปตามขนาด  แต่ความยาวเท่ากันคือ 78 นิ้ว หรือ 198 ซม. และสิ่งที่เราต้องดูอีกหนึ่งข้อคือ ความสูงของที่นอนค่ะ เพราบางทีซื้อมาได้ขนาดพอดีแล้ว แต่ความสูงของผ้าปูน้อยกว่าความสูงของที่นอน ทำให้เวลาปูผ้าฯ ชายผ้าจะลอยอีก แบบนี้ก็ไม่เวิร์คแน่นอนค่ะ

เนื้อผ้าและการระบายอากาศ

ถัดมาคือเรื่องของเนื้อผ้า ผ้าปูที่นอนที่ดี ต้องมีเนื้อผ้าที่นุ่มสบาย และที่สำคัญต้องระบายอากาศได้ดีด้วย  ซึ่งในปัจจุบันผ้าที่ใช้ทำผ้าปูที่นอนมีหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ผ้าคอตตอน  เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติ เนื้อผ้าจึงนุ่มสบาย และมีความแข็งแรง ที่สำคัญระบายอากาศได้ดีมากๆ แต่ราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่เทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มค่ะ

 

สีและลวดลายของผ้าปูที่นอน

เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องสีของผ้าปูที่นอน ไม่ว่าเราจะเลือกผ้าที่มีความเย็น ระบายอากาศได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าสีของผ้าปูที่นอนเป็นสีโทนร้อน ก็ทำให้เรานอนไม่สบายได้เช่นกัน เพราสีมีผลต่ออารมณ์นั่นเองค่ะ ดังนั้นเราควรเลือกสีโทนเย็น และมีควาเมข้ากันกับสีห้องเราด้วยนั่นเอง

สนใจเลือกซื้อผ้าปูที่นอนคุณภาพดี ราคาถูก ลวดลายสวยถูกใจ ที่ https://mattresscity.co.th/

การเมืองในที่ทำงานและวิธีรับมือ

“การเมืองในที่ทำงาน” เรื่องนี้ถึงแม้อยากหลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงทำได้ยากตราบเท่าที่เรายังเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานในออฟฟิศที่ประกอบไปด้วยผู้คนร้อยพ่อพันแม่มาใช้เวลาร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดาจนบางครั้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนทำให้คนที่ไม่ได้เลือกฝักเลือกฝ่ายทำตัวลำบากและบางครั้งส่งผลกระทบทำให้งานล่าช้าและถึงกับเสียหายเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าคุณจะลาออกจากบริษัทนี้ไปคุณก็อาจจะต้องพบเจอเรื่องเดียวกันนี้ที่บริษัทใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้นหนทางที่ดีและวิธีที่ยั่งยืนคือการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเตรียมพร้อมตั้งรับให้ดี

Cr. Pexels.com

  1. ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ขณะอยู่ในออฟฟิศคุณควรโฟกัสกับงานที่อยู่ตรงหน้าเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปและตรวจสอบว่างานของคุณคุณขึ้นกับผู้บังคับบัญชาคนใดและต้องส่งต่องานให้ใครบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหรือหากมีปัญหาจะได้รู้ว่าสามารถปรึกษาใครได้บ้าง
  2. หมั่นสังเกตุสังกา คอยสังเกตุว่าบุคคลรอบ ๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชามีลักษณะนิสัยอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร เพื่อที่เวลาต้องพูดจาหรือทำงานร่วมกันจะสามารถวางตัวได้เหมาะสมเพราะหากเราเข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชางานก็จะลื่นไหลไปด้วย

Cr. Pexels.com

  1. คิดให้มากก่อนจะพูดอะไร ก่อนที่เราจะพูดอะไรในที่สาธารณะที่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะอาจเป็นไปได้ว่าคำพูดของคุณอาจจะถูกบอกต่อไปยังบุคคลอื่น ซึ่งหากเป็นคำพูดที่ดีเป็นไปในทางบวกก็ดีไปแต่หากเป็นคำพูดที่อ้างอิงถึงบุคคลอื่นหรือแสดงความรู้สึกในทางลบก็อาจสร้างปัญหาให้กับตัวคุณเองได้นะ
  2. ตั้งใจฟัง ในเวลาที่ผู้อื่นกำลังพูดให้ตั้งใจฟัง เก็บข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลว่าเราควรจะวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม อะไรควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไร รวมถึงน้อมรับคำตักเตือนจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเพื่อนำมาปรับปรุง แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นหรือเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ก็ปล่อยผ่านไปเลยจ้า
  3. อย่าสร้างศัตรู คุณยังต้องทำงานที่นี่อีกนานดังนั้นอย่ามีเรื่องมีราวกับใครน่าจะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราอาจจำเป็นต้องพึ่งพาให้เขาช่วยเหลือในเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็เป็นได้ หากมีปัญหาให้ควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาดีกว่านะ

Cr. Pexels.com

  1. สร้างมิตร การมีเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกันเข้าใจกันจะช่วยให้คุณมีชิวิตการทำงานที่สนุกสนานและถึงแม้ว่ามีการเมืองร้อนแรงภายในออฟฟิศคุณก็สามารถที่จะผ่านมันไปได้แบบชิลล์ ๆ เลยล่ะ

เรื่องการเมืองในที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงและบางครั้งคุณก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันไปโดยจำยอมเพราะผู้บังคับบัญชาของพวกคุณทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกัน อย่างไรก็ดีการทำหน้าที่ของตนเองให้ลุล่วงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเราคือมนุษย์เงินเดือนนี่นา