การเข้าสังคมกับที่ทำงาน

เชื่อว่าทุกคนที่เปลี่ยนงานใหม่ จะต้องมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องไปเจอรูปแบบการทำงานหรือสายงานแบบใหม่แล้ว ยังต้องเจอกับเจ้านายใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ ที่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะดี หรือจะคุยกับเราหรือเปล่า จะสอนงานให้หรือไม่ จะสามารถทำงานด้วยกันได้ไหม ช่วงพักกลางวันจะทานข้าวกับใคร วัฒนธรรมในองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง กลายเป็นความเครียดและกังวลมากจนอาจจะส่งผลกระทบกับงานจริงๆเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้จักปรับตัวและเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมกับที่ทำงาน เพื่อที่จะกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานให้ดีและเข้ากับสังคมใหม่ได้ดีกว่าเดิม

การเข้าสังคมกับที่ทำงาน

 

1.สุภาพและมีมารยาท

ความสุภาพและการมีมารยาท เป็นอาวุธสำคัญที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีกับผู้อื่น ทุกคนล้วนชอบคนที่มีความสุภาพอ่อนโยน มีความนุ่มนวล คุณควรแสดงความสุภาพและมารยาทเพื่อที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานเห็นถึงความจริงใจที่อยากจะมาทำงานที่ใหม่ และตอบกลับเรามาด้วยความสุภาพเช่นเดียวกัน ไม่ควรแสดงอาการโกรธเคือง หรือทำอะไรที่ไม่พอใจ ชักสีหน้า บ่นประชดประชันมากจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เราถูกเพื่อนร่วมงานไม่ชอบหน้า แถมยังไม่อยากอยู่ใกล้อีกด้วย

 

2.มิตรภาพที่ดี

มิตรภาพสวยงามและสำคัญเสมอ  รวมไปถึงในช่วงที่คุณเริ่มทำงานใหม่ๆด้วยเช่นกัน สิ่งแรกที่คุณจะต้องตระหนักไว้เสมอก็คือการยื่นมิตรภาพที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาม แม้เขาจะรับหรือไม่รับ จะเป็นมิตรหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ผูกมิตรกับเขาไว้นั้นมีแต่ผลดี เพราะฉะนั้นวันแรกที่เขาไป ยกมือไหว้ ยิ้มทักทายทุกคนด้วยความสดใส พร้อมทั้งฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ที่สำคัญกว่านั้นคือรักษามิตรภาพนี้ให้คงอยู่ตลอดการทำงานของคุณ

 

3.รู้จักปรับตัว

เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม สุภาษิตไทยนี้ยังใช่ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปที่แห่งไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นในช่วงแรกๆที่คุณเข้าไปทำงานจะต้องรู้จักปรับตัวและสังเกตในสิ่งที่เพื่อนร่วมงานปฏิบัติ เขาสื่อสารกันอย่างไร ทำงานกันอย่างไร มีกฎเกณฑ์อะไรบ้างในการทำงาน ยิ่งปรับตัวเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีเท่านั้น

 

 

4.มีความรับผิดชอบ

ในช่วงแรกที่เข้าทำงานใหม่นั้น บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกประหม่า เก้ๆกังๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ไม่แน่ใจเรื่องการทำงานและหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ ให้คุณสอบถามจากหัวหน้าหรือคนสอนงานให้ชัดเจนว่าคุณมีหน้าที่อะไรบ้าง แบบไหนที่คุณจะต้องทำและต้องรับผิดชอบ เพื่อที่จะทำให้เขาเห็นถึงความใส่ใจ ความตั้งใจ และความรับผิดชอบของเรา

 

การเข้าสังคมกับที่ทำงาน 2

 

5.เรียนรู้อยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในการทำงานที่เก่าและที่ผ่านมาหลายปี แต่การเริ่มต้นทำงานในที่ใหม่นั้นก็คือการเริ่มต้นนับหนึ่งอีกครั้ง เพราะฉะนั้นให้คุณหมั่นเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อะไรที่ไม่เข้าก็ควรพิจารณาและถามอย่างเหมาะสม ถ้าไม่มั่นใจก็ถามจากเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพ แต่ทั้งนี้ก็ต้องหัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่าถามไปทุกเรื่องจนกลายเป็นความน่ารำคาญหรือคนไม่อยากเข้าใกล้ได้

 

6.เข้าใจการสื่อสาร

การสื่อสารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน โดยเฉพาะการเริ่มต้นงานใหม่ที่เรายังไม่มีประสบการณ์ คุณควรสังเกตเพื่อนร่วมงานและเจ้านายว่าส่วนใหญ่สื่อสารหรือติดต่อกันทางไหน เช่น กลุ่มไลน์ อีเมล์ โทรศัพท์ หรือเดินมาปรึกษาพูดคุยกัน เพื่อที่จะทำให้เราปฏิบัติกับเขาได้ถูกต้อง อีกทั้งยังคุณจะต้องรู้จักสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา รู้จักจับใจความสำคัญในการพูดคุยต่างๆ และสื่อสารออกมาได้อย่างเหมาะสม เช่นในการประชุมหรือตอนที่มีคนสอนงาน คุณจะต้องจับใจความสำคัญรายละเอียดต่างๆไว้ ถ้าจำไม่ได้ให้จดบันทึก เมื่อถึงเวลาที่เราจะใช้ จะได้สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างเข้าใจ

 

7.ใส่ใจเรื่องงาน

ในช่วงเริ่มต้นและตลอดระยะเวลาในการทำงานนั้นคุณจะต้องมีความใส่ใจและติดตามการทำงานอยู่เสมอ คอยตรวจผลงานเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในการทำงานเป็นทีม การส่งงานต่อ  ลองสอบถามกับคนที่รับงานหรือคนที่ทำงานร่วมกับเรารวมไปถึงเจ้านายว่าผลงานเราเป็นอย่างไร มีอะไรต้องแก้ไขหรือผิดพลาดหรือเปล่า พร้อมน้อมรับคำติและการแนะนำจากเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ อย่าเพียงแค่ส่งงานไปโดยที่ไม่ได้สนใจหรือคิดอยากจะติดตามผลงาน ให้จำไว้เสมอว่าทุกผลงานนั้นไม่ได้จบที่เราคนเดียวจะต้องผ่านการตรวจทาน การตรวจสอบ รวมไปถึงทีมงานคนอื่นๆที่ทำร่วมกัน การใส่ใจเรื่องงานนั้นจะนำมาซึ่งการเข้ากับสังคมที่ทำงานได้เป็นอย่างดี

 

วัฒนธรรมในองค์กรหรือสังคมที่ทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยาก ในบางครั้งอาจจะใช้เวลาในการเริ่มต้นสักระยะ ค่อยๆปรับตัวไปทีละนิด ทำทุกอย่างออกมาด้วยความจริงใจ สุภาพและมีมารยาท พร้อมให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้เพื่อนร่วมงานเห็นถึงความใส่ใจ ความช่างสังเกต ความรับผิดชอบ และคุณภาพในการทำงาน ที่จะนำมาซึ่งมิตรภาพและการสานสัมพันธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อคุณเข้ากับที่ทำงานได้แล้วจะต้องคอยทำทุกอย่างเหมือนเดิมและสม่ำเสมอ ทำงานอย่างไรก็ทำแบบเดิมและให้ดียิ่งขึ้น เคารพผู้อื่นและเป็นคนมีน้ำใจอย่างไร หรือมีข้อดีอะไรก็ให้คงสิ่งเหล่านี้ไว้เสมอ เพื่อที่จะทำให้คุณหมดกังวลเรื่องสังคมที่ทำงานอย่างถาวร

จิตวิทยาการทำงานในองค์กร: หลักการทำงานอย่างมีความสุข

ทำอย่างไรให้ชีวิตในการทำงานมีความสุข

สำหรับชีวิตการทำงานในองค์กรนั้นเราคงไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยกับหัวหน้า หรือการติดต่อลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ล้วนแต่ต้องมีการพบปะพูดคุยและทำงานร่วมกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณต้องเจอกับปัญหาเรื่อง “คน” ที่ต้องทำงานร่วมกัน คุณก็ต้องปรับแนวคิดและทัศนคติเพื่อให้ก้าวผ่านปัญหานั้นไปให้ได้ ลองนำหลักการทางจิตวิทยาที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ กับหลักจิตวิทยาการทำงานในองค์กรตามหลัก PSYCHO

P คือ Positive Thinking หรือการคิดแง่บวก มองโลกในแง่ดี เพราะการมีทัศนคติที่ดีนั้นย่อมส่งผลถึงพฤติกรรมโดยรวม และที่สำคัญการมองโลกในแง่ดียังช่วยให้คุณสนุกและมีความสุขในการทำงานอีกด้วย

S คือ Smile รอยยิ้ม ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรการใช้รอยยิ้มอย่างเหมาะสม จริงใจ ย่อมสร้างความประทับใจและบรรยากาศดีๆ ขึ้นได้เสมอ นอกจากนี้การยิ้มยังเป็นการสร้างกำลังใจให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้รอยยิ้มยังช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เราต้องติดต่อประสานงานอีกด้วยครับ

Y คือ Yours หรือความจริงใจ การคิดถึงผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กรนั้นต้องอาศัยความจริงใจ รวมถึงการทำงานเป็นทีม งานต่างๆ ถึงจะประสบความสำเร็จและเป็นการช่วยกันพัฒนาองค์กรให้ขับเคลื่อนต่อไปได้

C คือ Compromise ความประนีประนอม ในการทำงานต่างๆ นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อาจเกิดความเห็นไม่ตรงกันหรือเกิดกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน แต่ทั้งนี้เราต้องรู้จักประนีประนอม เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนร่วมงานจนเกิดปัญหาในการทำงานชิ้นต่อๆ ไปได้

H คือ Human Relations หมายถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน นายจ้าง หัวหน้ารวมไปถึงบุคคลภายนอกที่เรามีโอกาสติดต่อประสานงานด้วย ต้องรู้จักการมีสัมพันธ์แง่บวกกับคนรอบข้าง ไม่เฉพาะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ การรักษามารยาททั้งเรื่องเวลา คำพูด หรือการกระทำ นอกจกานี้การเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานก็ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน

O คือ Oral Communication หมายถึงเทคนิคในการพูด การสื่อสาร ต้องรู้จักการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พูดคุยเรื่องงานต้องมั่นใจ ชัดเจนไม่วกวน ส่วนการพูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกเวลางานนั้นต้องรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย พูดจาด้วยน้ำเสียงไพเราะ ไม่จิกกัดหรือนินทาเพื่อนร่วมงาน

หลัก PSYCHO คือหลักการทำงานในองค์กรอย่างง่ายที่คุณสามารถยึดเป็นหลักใช้งานในชีวิตประจำวันได้ หากลองปฏิบัติตามแล้ว รับรองได้เลยครับว่าคุณจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในที่ทำงานมีความสุข สบายใจ มีความสุขกับงานและยังจะช่วยให้ทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

การเมืองในที่ทำงานและวิธีรับมือ

“การเมืองในที่ทำงาน” เรื่องนี้ถึงแม้อยากหลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงทำได้ยากตราบเท่าที่เรายังเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานในออฟฟิศที่ประกอบไปด้วยผู้คนร้อยพ่อพันแม่มาใช้เวลาร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดาจนบางครั้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนทำให้คนที่ไม่ได้เลือกฝักเลือกฝ่ายทำตัวลำบากและบางครั้งส่งผลกระทบทำให้งานล่าช้าและถึงกับเสียหายเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าคุณจะลาออกจากบริษัทนี้ไปคุณก็อาจจะต้องพบเจอเรื่องเดียวกันนี้ที่บริษัทใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้นหนทางที่ดีและวิธีที่ยั่งยืนคือการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเตรียมพร้อมตั้งรับให้ดี

Cr. Pexels.com

  1. ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ขณะอยู่ในออฟฟิศคุณควรโฟกัสกับงานที่อยู่ตรงหน้าเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปและตรวจสอบว่างานของคุณคุณขึ้นกับผู้บังคับบัญชาคนใดและต้องส่งต่องานให้ใครบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหรือหากมีปัญหาจะได้รู้ว่าสามารถปรึกษาใครได้บ้าง
  2. หมั่นสังเกตุสังกา คอยสังเกตุว่าบุคคลรอบ ๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชามีลักษณะนิสัยอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร เพื่อที่เวลาต้องพูดจาหรือทำงานร่วมกันจะสามารถวางตัวได้เหมาะสมเพราะหากเราเข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชางานก็จะลื่นไหลไปด้วย

Cr. Pexels.com

  1. คิดให้มากก่อนจะพูดอะไร ก่อนที่เราจะพูดอะไรในที่สาธารณะที่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะอาจเป็นไปได้ว่าคำพูดของคุณอาจจะถูกบอกต่อไปยังบุคคลอื่น ซึ่งหากเป็นคำพูดที่ดีเป็นไปในทางบวกก็ดีไปแต่หากเป็นคำพูดที่อ้างอิงถึงบุคคลอื่นหรือแสดงความรู้สึกในทางลบก็อาจสร้างปัญหาให้กับตัวคุณเองได้นะ
  2. ตั้งใจฟัง ในเวลาที่ผู้อื่นกำลังพูดให้ตั้งใจฟัง เก็บข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลว่าเราควรจะวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม อะไรควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไร รวมถึงน้อมรับคำตักเตือนจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเพื่อนำมาปรับปรุง แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นหรือเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ก็ปล่อยผ่านไปเลยจ้า
  3. อย่าสร้างศัตรู คุณยังต้องทำงานที่นี่อีกนานดังนั้นอย่ามีเรื่องมีราวกับใครน่าจะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราอาจจำเป็นต้องพึ่งพาให้เขาช่วยเหลือในเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็เป็นได้ หากมีปัญหาให้ควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาดีกว่านะ

Cr. Pexels.com

  1. สร้างมิตร การมีเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกันเข้าใจกันจะช่วยให้คุณมีชิวิตการทำงานที่สนุกสนานและถึงแม้ว่ามีการเมืองร้อนแรงภายในออฟฟิศคุณก็สามารถที่จะผ่านมันไปได้แบบชิลล์ ๆ เลยล่ะ

เรื่องการเมืองในที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงและบางครั้งคุณก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันไปโดยจำยอมเพราะผู้บังคับบัญชาของพวกคุณทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกัน อย่างไรก็ดีการทำหน้าที่ของตนเองให้ลุล่วงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเราคือมนุษย์เงินเดือนนี่นา