จิตวิทยาการทำงานในองค์กร: หลักการทำงานอย่างมีความสุข

ทำอย่างไรให้ชีวิตในการทำงานมีความสุข

สำหรับชีวิตการทำงานในองค์กรนั้นเราคงไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยกับหัวหน้า หรือการติดต่อลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ล้วนแต่ต้องมีการพบปะพูดคุยและทำงานร่วมกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณต้องเจอกับปัญหาเรื่อง “คน” ที่ต้องทำงานร่วมกัน คุณก็ต้องปรับแนวคิดและทัศนคติเพื่อให้ก้าวผ่านปัญหานั้นไปให้ได้ ลองนำหลักการทางจิตวิทยาที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ กับหลักจิตวิทยาการทำงานในองค์กรตามหลัก PSYCHO

P คือ Positive Thinking หรือการคิดแง่บวก มองโลกในแง่ดี เพราะการมีทัศนคติที่ดีนั้นย่อมส่งผลถึงพฤติกรรมโดยรวม และที่สำคัญการมองโลกในแง่ดียังช่วยให้คุณสนุกและมีความสุขในการทำงานอีกด้วย

S คือ Smile รอยยิ้ม ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรการใช้รอยยิ้มอย่างเหมาะสม จริงใจ ย่อมสร้างความประทับใจและบรรยากาศดีๆ ขึ้นได้เสมอ นอกจากนี้การยิ้มยังเป็นการสร้างกำลังใจให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้รอยยิ้มยังช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เราต้องติดต่อประสานงานอีกด้วยครับ

Y คือ Yours หรือความจริงใจ การคิดถึงผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กรนั้นต้องอาศัยความจริงใจ รวมถึงการทำงานเป็นทีม งานต่างๆ ถึงจะประสบความสำเร็จและเป็นการช่วยกันพัฒนาองค์กรให้ขับเคลื่อนต่อไปได้

C คือ Compromise ความประนีประนอม ในการทำงานต่างๆ นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อาจเกิดความเห็นไม่ตรงกันหรือเกิดกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน แต่ทั้งนี้เราต้องรู้จักประนีประนอม เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนร่วมงานจนเกิดปัญหาในการทำงานชิ้นต่อๆ ไปได้

H คือ Human Relations หมายถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน นายจ้าง หัวหน้ารวมไปถึงบุคคลภายนอกที่เรามีโอกาสติดต่อประสานงานด้วย ต้องรู้จักการมีสัมพันธ์แง่บวกกับคนรอบข้าง ไม่เฉพาะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ การรักษามารยาททั้งเรื่องเวลา คำพูด หรือการกระทำ นอกจกานี้การเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานก็ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน

O คือ Oral Communication หมายถึงเทคนิคในการพูด การสื่อสาร ต้องรู้จักการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พูดคุยเรื่องงานต้องมั่นใจ ชัดเจนไม่วกวน ส่วนการพูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกเวลางานนั้นต้องรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย พูดจาด้วยน้ำเสียงไพเราะ ไม่จิกกัดหรือนินทาเพื่อนร่วมงาน

หลัก PSYCHO คือหลักการทำงานในองค์กรอย่างง่ายที่คุณสามารถยึดเป็นหลักใช้งานในชีวิตประจำวันได้ หากลองปฏิบัติตามแล้ว รับรองได้เลยครับว่าคุณจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในที่ทำงานมีความสุข สบายใจ มีความสุขกับงานและยังจะช่วยให้ทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

พัฒนาธุรกิจยั่งยืน เทรนด์ใหม่ในการทำธุรกิจ

การทำธุรกิจทั้งในขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ในอดีตนั้นมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจและผลกำไรเป็นหลักมาโดยตลอด แต่เมื่อมาสู่ยุคที่กลุ่มธุรกิจจะต้องพึ่งพาเกื้อกูลและให้อะไรกับสังคมมากยิ่งขึ้น เป็นแนวคิดที่จะทำให้ธุรกิจนั้นพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งธุรกิจและสภาพแวดล้อม ชุมชน ความเป็นอยู่เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่มีชุมชน ไม่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ธุรกิจก็ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้ เช่นนั้นการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนจึงต้องการการเอาใจใส่และใช้วิธีการดังนี้

 

  1. ธุรกิจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจใด การใส่ใจสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนช่วยให้ธุรกิจสามารถรักษาสภาพแวดล้อมไว้ได้อย่างดี ไม่มีการทำลายสภาพแวดล้อมอันเกิดจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือการดำเนินการ แม้แต่ตัวของสินค้าเองด้วย นอกจากนั้นบางธุรกิจยังมีนโยบายการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับสิ่งแวดล้อมแบบเดินหน้า ด้วยการปรับสภาพแวดล้อมเดิมให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย

 

  1. 2. การปรับปรุงชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

ในธุรกิจทุกแขนง พนักงานคือฟันเฟืองและกลไกที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ การเอาใจใส่ในชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ในการจะพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน ทั้งการมีสวัสดิการที่ดี ความปลอดภัยในการผลิต ความสบายใจสุขใจในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทของ Google ในสาขาต่าง ๆ ทั้วโลกและที่สำนักงานใหญ่ มีการออกแบบให้ออฟฟิศมีความหลากหลายสวยงาม มีบริเวณพักผ่อน เล่นกีฬา และมีโซนทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกกระตือรือร้น น่าทำงาน สิ่งเหล่านี้ถูกวิจัยมาว่าช่วยกระตุ้นให้พนักงานรักองค์กรและทำสิ่งดี ๆ ทุ่มเทและปลดปล่อยศักยภาพให้กับองค์กรมากขึ้น ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ทุกชนิด

 

  1. 3. มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หรือลูกค้าที่มาใช้บริการ

การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผลของการดำเนินธุรกิจในระยะยาวทำร้ายผู้บริโภค ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจล้มหายตายจากไปได้ ผู้บริโภคปัจจุบันฉลาดเลือกและมีความใส่ใจในสิทธิและประโยชน์ของตนเองมาก ดังนั้นการมีความใส่ใจและรับผิดชอบที่ดีต่อผู้บริโภค ทำให้เขาเห็นว่าเราได้ให้อะไรมากยิ่งกว่าสินค้าคุณภาพดี ผู้บริโภคก็จะเปิดใจให้กับเรามากกว่าคู่แข่ง

 

ในการทำธุรกิจจึงต้องสนใจที่จะพัฒนาให้ธุรกิจมั่นคงและเติบโตขึ้นในระยะยาว ไม่ควรเล็งผลกำไรเพียงระยะสั้น ด้วยการพัฒนาในวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าการพัฒนาที่เน้นกอบโกยระยะสั้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตและต่อยอดไปได้ไกลกว่านั่นเอง