บิทคอยน์คืออะไร

bitcoin

เรียกได้ว่ากำลังมาแรงอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับ บิทคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิตอลรูปแบบใหม่ ที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในทุกวงการ กลายเป็นจับตามองว่า บิทคอยน์จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินออนไลน์ของโลก ทั้งนี้ก็มีหลายคนที่เกิดข้อสงสัยว่าบิทคอยน์คืออะไร แล้วมีความเป็นมาอย่างไร มีความเสี่ยงในการลงทุนหรือไม้ พร้อมทั้งยังสามารถที่นำมาใช้ได้จริงหรือ ใครเป็นผู้คิดค้น เราจึงมีคำตอบที่จะมาไขข้อข้องใจและทำให้คุณรู้จักบิทคอยน์กันมากยิ่งขึ้น ไปดูกันเถอะว่าที่จริงแล้วบิทคอยน์คืออะไร

 

ทำความรู้จักบิทคอยน์

บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินในรูปแบบดิจิตอล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ โดยที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่สามารถที่จะจับต้องได้ ไม่มีรูปร่างเหมือนเงินหรือธนบัตร และเหรียญทั่วๆไป โดยบิทคอยน์ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆไปจนถึงบริษัททั่วโลก พร้อมทั้งถูกดำเนินการและควบคุมจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อที่จะทำการถอดสมการคณิตศาสตร์ หน่วยเงินตราของบิทคอยน์เป็น BTC เหมือนกับหน่วยเงินตราของสกุลเงินทั่วโลก ทั้งนี้บิทคอยน์ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร เพราะที่จริงแล้วบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในปี พ.ศ.2552 รวมอายุกว่า 9 ปี แล้ว

bitcoin

บิทคอยน์เริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักและนิยมในประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ โดยเฉพาะในปี 2560 ที่มีการพูดถึงกันอย่างมาก โดยสิ่งที่ทำให้บิทคอยน์เป็นกระแสก็คือได้มีกลุ่มแฮกเกอร์เข้ามาปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ Wannacry พร้อมทั้งได้เรียกเก็บเงินผู้ที่ติดไวรัสเป็นบิทคอยน์ สกุลเงินดิจิตอลนี้เอง ส่งผลให้ใครหลายๆคนอยากที่จะทำความรู้จักบิทคอยน์กันมากยิ่งขึ้น จนในปลายปี 2560 บิทคอยน์ได้มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆมากที่สุดในประวัติการณ์ ส่งผลให้ใครหลายคนคาดการณ์ว่าบิทคอยน์จะกลายเป็นสกุลเงินที่เข้ามาเปลี่ยนระบบการเงินของโลกนั่นเอง

 

บิทคอยน์ได้ชื่อว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์หรือสกุลเงินดิจิตอล  Cryptocurrency สกุลแรกที่สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าและบริการ นอกจากนี้ยังมีสกุลเงินดิจิตอลอีกมากมายที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาและเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงิน Litecoin(LTC) , Ethereum (ETH) หรือ Ripple (XRP) เป็นต้น  แต่ทั้งนี้บิทคอยน์ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องสามารถที่จะนำไปมาซื้อสินค้าต่างๆในระบบออนไลน์เสมือนกับบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตได้เลย

 

บิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก มันสามารถที่จะควบคุมได้แบบกระจาย โดยที่ไม่ธนาคารไทยหรือองค์กรไหนมาควบคุม คุณสามารถที่จะเลือกบิทคอยน์ได้ตามต้องการ อีกทั้งบิทคอยน์ยังง่ายต่อการติดตั้ง โอนรวดเร็วและมีความโปร่งใส ปลอดภัยแบบ 100% ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนควรทำความรู้จักและศึกษารายละเอียดให้ลึก เพราะไม่แน่ว่าในอนาคต บิทคอยน์อาจจะก้าวเข้ามามีผลต่อชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นก็ได้

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมยุค 4.0 ที่จะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความรวดเร็วโดยมีอินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์เข้ามาเชื่อมต่อ โดยทุกภาคส่วน องค์กร ร้านค้าต่างๆก็จะเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเน้นเข้าสู่ระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมาซึ่ง “สังคมไร้เงินสด”

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment 2

สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society คือสังคมที่ปราศจากการใช้จ่ายด้วยเงินสด ทุกอย่างจะดำเนินผ่านทางออนไลน์หมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การบริจาค การชำระค่าบริการต่างๆ การจ่ายค่าสินค้าและบริการต่างๆผ่านทาง  QR Code payment ในหน้าร้าน ธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งร้านขายปลีกทั่วไป  เรียกได้ว่าสามารถทำทุกอย่างเพียงกดคลิกผ่านทางสมาร์ทโฟนเท่านั้น และสิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้และศึกษาไว้ก็คือ การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ หรือ ใช้ QR Code payment ที่จะนำมาซึ่งความสะดวกสบายผ่านทางออนไลน์นั่นเอง

 

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment คืออะไร?

QR Code payment คือการใช้ QR Code  เป็นสื่อกลางในการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือและแอพพลิเคชั่นทางมือถือ โดยผู้ให้บริการของคุณที่ใช้งานอยู่ โดย QR Code payment เป็นมาตรฐานที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างธนาคาร เครือข่ายบัตรระดับสากล และผู้ให้บริการชำระเงิน เพื่อที่จะพัฒนาและทำให้ QR Code payment กลายเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดของคนในสังคม

 

นอกจากการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ที่คนในปัจจุบันนี้นิยมกันแล้ว ร้านค้าต่างๆและธุรกิจห้างสรรพสินค้า ก็สามารถที่จะชำระเงินผ่านโทรศัพท์ได้เช่นเดียวกัน สามารถที่จะรองรับช่องทางในการชำระเงินได้หลากหลาย เช่น การจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือบัญชี E-Wallet ต่างๆ เพียงแค่คุณกดเข้าที่แอพพลิเคชั่นในมือถือของตนเองและให้ทำการอ่าน QR Code จากนั้นก็สามารถชำระเงินได้ทันที

 

ประโยชน์ของการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment

1.QR Code payment มีมาตรฐานที่มีความเป็นสากลสูง ไม่ยุ่งยากในการจัดการต่างๆ สามารถที่ชำระเงินได้อย่างง่ายดายผ่านทางโทรศัพท์ โดยที่ไม่มีความซับซ้อนต่างๆ มีเพียงรูปแบบเดียวที่เป็นมาตรฐานหลัก

2.QR Code payment เป็นการเพิ่มช่องทางในการชำระเงินที่สะดวกสบาย ช่วยลดต้นทุนและจัดระบบรายรับรายจ่าย ระบบจัดการที่ดีในบัญชีของประชาชนและร้านค้าต่างๆ สามารถเห็นตัวเลขที่ชัดเจนได้มากกว่าการทำธุรกรรมหรือชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆด้วยเงินสด

 

3.QR Code payment เป็นการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ที่เน้นถึงเรื่องการความเป็นส่วนตัว โดยที่คุณไม่ต้องแจ้งเลขบัญชี แจ้งเลขบัตรเครดิตเหมือนการซื้อของออนไลน์หรือชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ เพียงแค่กดใช้ QR Code เท่านั้น

 

การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์ – QR Code payment

 

4.QR Code payment สามารถที่จะนำไปต่อยอดในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตได้ง่าย โดยระบบจัดการบัญชีที่สามารถมองเห็นได้จากประวัติการชำระเงิน ก็จะทำให้ร้านค้าและธุรกิจต่างๆขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถที่จะยื่นขอสินเชื่อในการต่อยอดธุรกิจ โดยที่ไม่ต้องใช้สินทรัพย์หรือดำเนินการต่างๆให้ยุ่งยากเหมือนที่ผ่านมา

5.QR Code payment การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์เป็นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบาย มีความปลอดภัยและมาตรฐานสูง ทันสมัย และรวดเร็ว

ร้านค้าและธุรกิจต่างๆที่รับชำระเงินผ่านทาง QR Code payment จะสามารถบริหารและจัดการด้านบัญชีได้ดีมากยิ่งขึ้น ลดต้นทุนและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น เป็นการขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์คนยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง

 

 

ความปลอดภัยของการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  หรือ  QR Code payment นั้นปลอดภัยหรือเปล่า น่าเชื่อถือหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าการชำระเงินผ่านทาง QR Code payment  นั้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องทุจริต เพราะเจ้าของบัตรสามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือในการอ่าน QR Code ด้วยตนเอง และทำการชำระเงินกับทางร้านโดยตรง และไม่ต้องใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรแก่ร้านค้าอีกด้วย อีกทั้งการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  หรือ  QR Code payment ยังเป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุน พร้อมตั้งอยู่บนพื้นฐานของผู้ให้บริการและธนาคารต่างๆ มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล

 

การเริ่มต้นใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  QR Code payment

สำหรับการเริ่มต้นใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือและระบบ QR Code payment นั้นคุณสามารถที่จะสอบถามข้อมูลและรายละเอียดกับทางผู้ให้บริการชำระเงินและธนาคารว่ามี Mobile Application หรือไม่ เพื่อที่จะทำการดาวน์โหลดมาใช้งาน และเมื่อทำการจัดตั้งบัญชีผ่านทางแอพพลิเคชั่นมือถือเรียบร้อยแล้ว  เมื่อคุณต้องการที่จะจ่ายเงินซื้อขายก็สามารถเปิดแอพพลิเคชั่นนั้นขึ้นมือแสกน ที่ QR code ของร้านค้า เลือกวิธีการจ่ายเงิน จำนวนเงิน และกดยืนยัน หลังจากนั้นก็จะมีข้อความแจ้งเตือนว่าตัดยอดเงินจากบัญชีและแจ้งเตือนกับทางร้านค้าว่าคุณชำระเงินแล้ว สำหรับค่าธรรมเนียมนั้นโดยส่วนใหญ่ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมหรืออยู่ในระดับที่ถูกมาก ตามแต่ละธนาคาร

 

เรียกได้ว่า การใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์  – QR Code payment เป็นการยกระดับความทันสมัยและความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายสินค้าและบริการพร้อมการชำระเงินต่างๆ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายต่อผู้ใช้บริการและร้านค้าต่างๆ คุณสามารถที่จะใช้จ่ายทุกอย่างผ่านทางโทรศัพท์ได้ง่ายๆ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าทั่วไป หรือแม้แต่ในตลาดนัด

ความสำคัญของเงินออนไลน์ หรือ Cryptocurrency กับโลกในอนาคต

เงินออนไลน์

สำหรับโลกดิจิตอลที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นจนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตและธุรกิจการให้บริการจนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากทีเดียว และจากความนิยมในการใช้ชีวิตที่เริ่มมีความใกล้ชิดและผูกพันกับเทคโนโลยีที่มากขึ้นนี่เอง จึงส่งผลให้โลกธุรกิจได้เริ่มมีการสร้างแนวทางในการดำเนินธุรกรรมเป็นของตนเอง โดยค่าเงินที่ใช้ในการจับจ่ายซื้อสินค้าทางออนไลน์เหล่านี้จะเรียกกันว่าเงินออนไลน์ หรือ Cryptocurrency นั่นเอง

 

ส่วนจุดเริ่มต้นของเงินออนไลน์ หรือ Crypto Currency นั้นเกิดจากความต้องการที่จะให้มีเงินออนไลน์ไว้สำหรับใช้แลกเปลี่ยนในโลกดิจิตอล ส่วนค่าของสกุลเงินออนไลน์ที่รู้จักกันดีและนิยมใช้กันมากในปัจจุบันนั้นจะมีอยู่หลายสกุลเงินและมีให้เลือกมากกว่า1,320 สกุลเงิน และยังมีตลาดซื้อขายเหรียญดิจิตอลที่มากกว่าทั่วโลกมากกว่า 6,881 เว็บเทรด นอกจากนี้ เงินในรูปแบบออนไลน์นี้ยังไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารกลางหรือประเทศใดประเทศหนึ่งอีกกด้วย

 

สำหรับโลกแห่งเทคโนโลยีที่กำลังเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างเช่นในปัจจุบัน เงินออนไลน์หรือเงิน Crypto Currency ก็ได้พัฒนารูปแบบการใช้งานจนเป็นสกุลเงินที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้จริงไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อจองโรงแรมที่พักอาศัย จองเครื่องบินหรือรถสาธารณะเพื่อเดินทาง จ่ายค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร ซื้ออุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์ ใช้ซื้อของขวัญ หรือซื้อเครื่องประดับ รวมถึงยังมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นทางด้านการทำธุรกรรมการเงินในโลกอนาคตอย่างแน่นอน

 

และถึงแม้ว่า Cryptocurrency จะเป็นเงินออนไลน์ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก แต่ก็ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของระบบการจัดเก็บและกระจายเงินที่ยังไม่ได้รับการรองรับให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ และอาจจะต้องใช้เวลาในการนานในการเรียนรู้เกี่ยวกับค่าสกุลเงินและการใช้งานค่าสกุลเงิน แต่หากผู้ใช้งานมีความเข้าใจในธรรมชาติของเงินออนไลน์ควบคู่กับมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถนำเงินออนไลน์หรือ Cryptocurrency ได้อย่างถูกต้องและสามารถตุนเก็บเงินจำนวนนี้ไว้จับจ่ายใช้สอยซื้อขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเชื่อได้เลยในโลกอนาคตอันใกล้นี้ Cryptocurrency จะกลายมาเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายแน่นอน

สร้างโอกาสจากวิกฤติเศรษฐกิจด้วยการเทรด Forex

สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกในทุก ๆ หนแห่ง ทุก ๆ ทวีปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและมีความผันผวนอยู่เสมออย่างที่เราท่านได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งก็อาจจะมีหลายคนที่เริ่มลงทุนในการเทรด Forex แล้วเกิดความสงสัยและความไม่มั่นใจในตลาด Forex ว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจจะมีผลหรือไม่อย่างไรต่อตลาด Forex นักลงทุนจะตอบสนองอย่างไรดีต่อช่วงเวลาวิกฤตและเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยก่อนอื่นเราจะมาดูผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ของวิกฤตเศรษฐกิจกับตลาด Forex กันก่อน

  1. เกิดการคลอนแคลนความเชื่อมั่น เมื่อมีวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้น สกุลเงินต่าง ๆ ย่อมเกิดความสั่นคลอน รวมถึงความเป็นไปของะบบเศรษฐกิจนั้น ๆ ด้วยดังนั้นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความคลอนแคลนในการเชื่อมั่นแหล่งข่าวและข้อมูลต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังต้องเช็คข่าวที่เชื่อถือได้จริง ๆ ก่อนนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจใด ๆ ในการลงทุนหรือทำการเทรด Forex
  2. เกิดความตื่นตระหนก โดยมักจะเกิดขึ้นต่อนักลงทุนในทุกภาคระดับ ซึ่งเป็นการตื่นตระหนกในระยะสั้นและผันผวนอย่างแน่นอน
  3. เกิดการเท เพื่อปรับให้เกิดสภาพคล่องจากสถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคาร ทั้งนี้ก็เพื่อพยุงค่าเงินและสถาบันการเงิน

ในความไม่แน่นอนและวิกฤติที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องทางในการทำกำไรให้แก่นักลงทุน Forex เป็นผลได้มากกว่าผลเสียหากมีการเทรดเก็งกำไรในระยะสั้น แต่การเทรดนั้นก็เป็นดาบสองคมเพราะนักลงทุนระยะสั้นมีโอกาสที่จะเจ็บตัวและล้มกระดานได้มากกว่า ผู้ที่จะเก็บเกี่ยวประโยชน์จากวิกฤตนี้ได้โดยตรงก็คือนักลงทุนระยะยาว การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจสำหรับนักลงทุน Forex ถ้ามีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีและเล็งสถานการณ์ให้เหมาะ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้ตั้งตัวได้มากกว่าความล้มเหลว ซึ่งเคล็ดลับก็คือ

  1. 1. ไม่ตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าว
  2. 2. คาดการณ์สถานการณ์อย่างรอบคอบ เมื่อมีวิกฤติย่อมมีผลที่ตามมาอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
  3. 3. วิเคราะห์จากข้อมูลโดยรวมจนแน่ใจว่าแม่นยำเสียก่อน
  4. 4. หาช่องจังหวะเวลาเพื่อจะทำกำไร ดีกว่าความกังวลและลังเล

นักธุรกิจผู้ลงทุนในตลาด Forex เมื่อเกิดวิกฤติเศรฐกิจ ไม่ค้องสงสัยเลยว่าย่อมจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาด Forex อย่างแน่นอน แต่คำถามก็คือในวิกฤตินั้นมีทั้งผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการฉวยโอกาสเปลี่ยนให้เป็นผลดีและทำกำไรจากตลาด Forex กับผู้ที่วิตกตื่นตูมไปกับกระแสข่าวจนไม่ทันตั้งรับ คุณคงต้องถามตัวของคุณเองว่า คุณเลือกที่จะเป็นคนตื่นตระหนก หรือเป็นคนตั้งรับและทำกำไรจากสถานการณ์นั้น