สร้างโอกาสจากวิกฤติเศรษฐกิจด้วยการเทรด Forex

สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกในทุก ๆ หนแห่ง ทุก ๆ ทวีปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและมีความผันผวนอยู่เสมออย่างที่เราท่านได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งก็อาจจะมีหลายคนที่เริ่มลงทุนในการเทรด Forex แล้วเกิดความสงสัยและความไม่มั่นใจในตลาด Forex ว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจจะมีผลหรือไม่อย่างไรต่อตลาด Forex นักลงทุนจะตอบสนองอย่างไรดีต่อช่วงเวลาวิกฤตและเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยก่อนอื่นเราจะมาดูผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ของวิกฤตเศรษฐกิจกับตลาด Forex กันก่อน

  1. เกิดการคลอนแคลนความเชื่อมั่น เมื่อมีวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้น สกุลเงินต่าง ๆ ย่อมเกิดความสั่นคลอน รวมถึงความเป็นไปของะบบเศรษฐกิจนั้น ๆ ด้วยดังนั้นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความคลอนแคลนในการเชื่อมั่นแหล่งข่าวและข้อมูลต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ต้องระวังต้องเช็คข่าวที่เชื่อถือได้จริง ๆ ก่อนนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจใด ๆ ในการลงทุนหรือทำการเทรด Forex
  2. เกิดความตื่นตระหนก โดยมักจะเกิดขึ้นต่อนักลงทุนในทุกภาคระดับ ซึ่งเป็นการตื่นตระหนกในระยะสั้นและผันผวนอย่างแน่นอน
  3. เกิดการเท เพื่อปรับให้เกิดสภาพคล่องจากสถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคาร ทั้งนี้ก็เพื่อพยุงค่าเงินและสถาบันการเงิน

ในความไม่แน่นอนและวิกฤติที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องทางในการทำกำไรให้แก่นักลงทุน Forex เป็นผลได้มากกว่าผลเสียหากมีการเทรดเก็งกำไรในระยะสั้น แต่การเทรดนั้นก็เป็นดาบสองคมเพราะนักลงทุนระยะสั้นมีโอกาสที่จะเจ็บตัวและล้มกระดานได้มากกว่า ผู้ที่จะเก็บเกี่ยวประโยชน์จากวิกฤตนี้ได้โดยตรงก็คือนักลงทุนระยะยาว การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจสำหรับนักลงทุน Forex ถ้ามีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีและเล็งสถานการณ์ให้เหมาะ ก็นับเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้ตั้งตัวได้มากกว่าความล้มเหลว ซึ่งเคล็ดลับก็คือ

  1. 1. ไม่ตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าว
  2. 2. คาดการณ์สถานการณ์อย่างรอบคอบ เมื่อมีวิกฤติย่อมมีผลที่ตามมาอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
  3. 3. วิเคราะห์จากข้อมูลโดยรวมจนแน่ใจว่าแม่นยำเสียก่อน
  4. 4. หาช่องจังหวะเวลาเพื่อจะทำกำไร ดีกว่าความกังวลและลังเล

นักธุรกิจผู้ลงทุนในตลาด Forex เมื่อเกิดวิกฤติเศรฐกิจ ไม่ค้องสงสัยเลยว่าย่อมจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาด Forex อย่างแน่นอน แต่คำถามก็คือในวิกฤตินั้นมีทั้งผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการฉวยโอกาสเปลี่ยนให้เป็นผลดีและทำกำไรจากตลาด Forex กับผู้ที่วิตกตื่นตูมไปกับกระแสข่าวจนไม่ทันตั้งรับ คุณคงต้องถามตัวของคุณเองว่า คุณเลือกที่จะเป็นคนตื่นตระหนก หรือเป็นคนตั้งรับและทำกำไรจากสถานการณ์นั้น

พัฒนาธุรกิจยั่งยืน เทรนด์ใหม่ในการทำธุรกิจ

การทำธุรกิจทั้งในขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ในอดีตนั้นมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจและผลกำไรเป็นหลักมาโดยตลอด แต่เมื่อมาสู่ยุคที่กลุ่มธุรกิจจะต้องพึ่งพาเกื้อกูลและให้อะไรกับสังคมมากยิ่งขึ้น เป็นแนวคิดที่จะทำให้ธุรกิจนั้นพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งธุรกิจและสภาพแวดล้อม ชุมชน ความเป็นอยู่เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่มีชุมชน ไม่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ธุรกิจก็ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้ เช่นนั้นการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนจึงต้องการการเอาใจใส่และใช้วิธีการดังนี้

 

  1. ธุรกิจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจใด การใส่ใจสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนช่วยให้ธุรกิจสามารถรักษาสภาพแวดล้อมไว้ได้อย่างดี ไม่มีการทำลายสภาพแวดล้อมอันเกิดจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือการดำเนินการ แม้แต่ตัวของสินค้าเองด้วย นอกจากนั้นบางธุรกิจยังมีนโยบายการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับสิ่งแวดล้อมแบบเดินหน้า ด้วยการปรับสภาพแวดล้อมเดิมให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย

 

  1. 2. การปรับปรุงชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

ในธุรกิจทุกแขนง พนักงานคือฟันเฟืองและกลไกที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ การเอาใจใส่ในชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ในการจะพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน ทั้งการมีสวัสดิการที่ดี ความปลอดภัยในการผลิต ความสบายใจสุขใจในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทของ Google ในสาขาต่าง ๆ ทั้วโลกและที่สำนักงานใหญ่ มีการออกแบบให้ออฟฟิศมีความหลากหลายสวยงาม มีบริเวณพักผ่อน เล่นกีฬา และมีโซนทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกกระตือรือร้น น่าทำงาน สิ่งเหล่านี้ถูกวิจัยมาว่าช่วยกระตุ้นให้พนักงานรักองค์กรและทำสิ่งดี ๆ ทุ่มเทและปลดปล่อยศักยภาพให้กับองค์กรมากขึ้น ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ทุกชนิด

 

  1. 3. มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หรือลูกค้าที่มาใช้บริการ

การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผลของการดำเนินธุรกิจในระยะยาวทำร้ายผู้บริโภค ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจล้มหายตายจากไปได้ ผู้บริโภคปัจจุบันฉลาดเลือกและมีความใส่ใจในสิทธิและประโยชน์ของตนเองมาก ดังนั้นการมีความใส่ใจและรับผิดชอบที่ดีต่อผู้บริโภค ทำให้เขาเห็นว่าเราได้ให้อะไรมากยิ่งกว่าสินค้าคุณภาพดี ผู้บริโภคก็จะเปิดใจให้กับเรามากกว่าคู่แข่ง

 

ในการทำธุรกิจจึงต้องสนใจที่จะพัฒนาให้ธุรกิจมั่นคงและเติบโตขึ้นในระยะยาว ไม่ควรเล็งผลกำไรเพียงระยะสั้น ด้วยการพัฒนาในวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าการพัฒนาที่เน้นกอบโกยระยะสั้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตและต่อยอดไปได้ไกลกว่านั่นเอง

การเมืองในที่ทำงานและวิธีรับมือ

“การเมืองในที่ทำงาน” เรื่องนี้ถึงแม้อยากหลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงทำได้ยากตราบเท่าที่เรายังเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานในออฟฟิศที่ประกอบไปด้วยผู้คนร้อยพ่อพันแม่มาใช้เวลาร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดาจนบางครั้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนทำให้คนที่ไม่ได้เลือกฝักเลือกฝ่ายทำตัวลำบากและบางครั้งส่งผลกระทบทำให้งานล่าช้าและถึงกับเสียหายเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าคุณจะลาออกจากบริษัทนี้ไปคุณก็อาจจะต้องพบเจอเรื่องเดียวกันนี้ที่บริษัทใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้นหนทางที่ดีและวิธีที่ยั่งยืนคือการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเตรียมพร้อมตั้งรับให้ดี

Cr. Pexels.com

  1. ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ขณะอยู่ในออฟฟิศคุณควรโฟกัสกับงานที่อยู่ตรงหน้าเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปและตรวจสอบว่างานของคุณคุณขึ้นกับผู้บังคับบัญชาคนใดและต้องส่งต่องานให้ใครบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหรือหากมีปัญหาจะได้รู้ว่าสามารถปรึกษาใครได้บ้าง
  2. หมั่นสังเกตุสังกา คอยสังเกตุว่าบุคคลรอบ ๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชามีลักษณะนิสัยอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร เพื่อที่เวลาต้องพูดจาหรือทำงานร่วมกันจะสามารถวางตัวได้เหมาะสมเพราะหากเราเข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชางานก็จะลื่นไหลไปด้วย

Cr. Pexels.com

  1. คิดให้มากก่อนจะพูดอะไร ก่อนที่เราจะพูดอะไรในที่สาธารณะที่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะอาจเป็นไปได้ว่าคำพูดของคุณอาจจะถูกบอกต่อไปยังบุคคลอื่น ซึ่งหากเป็นคำพูดที่ดีเป็นไปในทางบวกก็ดีไปแต่หากเป็นคำพูดที่อ้างอิงถึงบุคคลอื่นหรือแสดงความรู้สึกในทางลบก็อาจสร้างปัญหาให้กับตัวคุณเองได้นะ
  2. ตั้งใจฟัง ในเวลาที่ผู้อื่นกำลังพูดให้ตั้งใจฟัง เก็บข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลว่าเราควรจะวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม อะไรควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไร รวมถึงน้อมรับคำตักเตือนจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเพื่อนำมาปรับปรุง แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นหรือเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ก็ปล่อยผ่านไปเลยจ้า
  3. อย่าสร้างศัตรู คุณยังต้องทำงานที่นี่อีกนานดังนั้นอย่ามีเรื่องมีราวกับใครน่าจะดีกว่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราอาจจำเป็นต้องพึ่งพาให้เขาช่วยเหลือในเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็เป็นได้ หากมีปัญหาให้ควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาดีกว่านะ

Cr. Pexels.com

  1. สร้างมิตร การมีเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกันเข้าใจกันจะช่วยให้คุณมีชิวิตการทำงานที่สนุกสนานและถึงแม้ว่ามีการเมืองร้อนแรงภายในออฟฟิศคุณก็สามารถที่จะผ่านมันไปได้แบบชิลล์ ๆ เลยล่ะ

เรื่องการเมืองในที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงและบางครั้งคุณก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันไปโดยจำยอมเพราะผู้บังคับบัญชาของพวกคุณทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกัน อย่างไรก็ดีการทำหน้าที่ของตนเองให้ลุล่วงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเราคือมนุษย์เงินเดือนนี่นา